Tuesday, August 19, 2014

ความเคยชิน


ความเคยชิน by โจ๋

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา อาม่าที่มีอายุถึง 97 ปีได้จากครอบครัวของเราไปอย่างสงบ บรรดาลูกหลาน ก็มาช่วยกันดูแลเรื่องงานศพ หากใครที่มีเชื้อสายจีน หรือ เคยไปงานศพของคนไทยเชื้อสายจีน ก็อาจจะคุ้นเคยกับพิธีกรรมต่าง ๆ และหน้าตาของการจัดงานที่ต่างจากของคนไทยอยู่บ้างเล็กน้อย และ ที่เด่น ๆ ก็คือมีกระดาษเงินกระดาษทอง ที่มักจะเห็นลูกหลานนั่งล้อมวงช่วยกันพับใส่ไว้ในเข่งใบใหญ่ รูปทรงเหมือนห่อโรตี มีปริมาณมากมายราวกับว่าจะต้องพับกันไปไม่จบสิ้น 
ฉันก็เป็นหนึ่งในบรรรดาลูกหลานที่นั่งพับกระดาษเงินกระดาษทอง เนื่องจากไม่ค่อยรู้จักแขกที่มาในงาน หน้าที่ในการต้อนรับแขกจึงให้รุ่นพ่อแม่เป็นผู้ทำหน้าที่นี่ และ ด้วยนิสัยที่ไม่ค่อยชอบพูดคุยกับคนแปลกหน้า จึงเลือกจะนั่งหลบมุมพับกระดาษอยู่เงียบ ๆ ในวันแรก ก็นั่งดูผู้ใหญ่ที่พับเก่งแล้วพับให้ดู ให้เค้าสอน พับออกมาเบี้ยว ๆ หน้าตาดูไม่ค่อยสวย  และ ไปได้ช้ากว่าจะเสร็จแต่ละอัน หรือไม่ก็ทำขาดไปบ้างก็มี ในความเงียบขณะพับกระดาษนั้นในใจกลับมีคำถามผุดขึ้นมามากมาย “ทำไมจะต้องพับกระดาษวะเนี่ย พับทำเพี่อ เผา ๆ ไปเลยไม่ได้เหรอไง?” “ดูซิ สีที่เคลือบกระดาษ พวกเงิน ทอง นี่ก็ตะกั่วทั้งนั้น มีสารอันตรายอะไรติดมือรึเปล่า”  “พับเสร็จเดี๋ยวก็เอาไปเผา เอาเงินมาเผาทิ้งแท้ ๆ ไหนจะควัน ไหนจะสารพิษ เพื่อ?” 
พอในวันต่อ ๆ มา แม้จะว่างเว้นไปถึงหนึ่งวันพอมาจับกระดาษอีกครั้ง กลับพับได้อย่างคล่องแคล่ว เหมือนเป็นอัตโนมัติโดยไม่ต้องจำขั้นตอนว่าจะต้องทำอะไรก่อนหลัง พอพับคล่องแล้วก็เริ่มเกิดความเข้าใจว่าวัตถุประสงค์ในการให้นั่งพับกระดาษเป็นภูเขาเลากาขนาดนี้ นอกจากให้ระลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตแล้ว อาจจะช่วยให้จิตใจที่โศกเศร้าของลูกหลาน ได้บรรเทาลงจากการได้จดจ่อทำอะไรซักอย่างให้มือไม่ว่างนั่นเอง 
หลังจากนั้นก็มาพิจารณามองดูมือที่ทำงานไปอย่างคล่องแคล่วโดยไม่ต้องผ่านความคิด กลับรู้สึกลึกลงไปว่า นี่ขนาดนั่งพับกระดาษแค่วันเดียว ผ่านมาอีกวัน ยังหยิบกระดาษมาพับได้อย่างเคยชิน แล้วจิตใจของเราล่ะ คุ้นเคยกับการทำอะไรแบบเดิม ๆ โดยอัตโนมัติ ไม่ผ่านกระบวนการไตร่ตรอง หรือพูดง่าย ๆ ก็คือไม่มีสติ แล้วสิ่งนั้นประทับอยู่ในใจ ในอะไรบางอย่างที่ลึกล้ำข้างในมาตั้งกี่ปีต่อกี่ปี หรืออาจจะนานแสนนานกว่าช่วงชีวิตหนึ่งเสียด้วยซ้ำ จะทำให้เกิดอะไรขึ้นกับเราได้บ้าง
ลองพิจารณาถึงสิ่งที่เคยเป็น และ บางอย่างก็ยังเป็นอยู่ เช่นปากเสีย ขี้หงุดหงิด มีคำถามมีข้อแม้กับทุกเรื่อง เถียงคำไม่ตกฟาก มักโกรธโดยเฉพาะเวลาขับรถ ยอมกับเรื่องเดิม ๆ ไม่ยอม กับเรื่องเดิม ๆ และ อื่นๆ  อีกมากมาย ทำให้ฉันปลูกฝังนิสัย และ อารมณ์บางอย่างไว้จนเป็นความเคยชิน พร้อมที่จะดึงออกมาใช้ (ในทางไม่สร้างสรรค์) ได้ทุกเวลา อย่างตอนที่พับกระดาษ ถึงจะเต็มใจพับเอง แต่ก็บ่น ก็เถียงอยู่ในใจ บางอย่างถ้ารู้ตัว ก็ยังมีโอกาสขูดลอกสิ่งที่สะสมมาออกไปเสียบ้าง บางอย่างกว่าจะรู้ตัว ก็ทำร้ายตัวเอง และ คนรอบข้างไม่รู้ไปเท่าไหร่ หรือบางอย่างที่รู้ตัวแต่ก็ยังได้แต่บอกตัวเองว่าเอาอีกแล้ว หรือบางอย่าง ก็ไม่รู้ตัวเอาซะเลย ก็รอเวลากันไป 
ฉันดึงตัวเองกลับมากับการดาษในมือ เมื่อพับกระดาษไป หากพับแบบลวก ๆ หน้าตาก็ออกมาตามเหตุที่ใส่ลงไป หากพับด้วยความตั้งใจ มีความรู้สึกตัว ค่อย ๆ เพียรพับ หน้าตาก็ตามเหตุที่ใส่ลงไปเช่นกัน เช่นเดียวกับการพิจารณาถึงสิ่งที่คิดหรือทำ ไม่มีความจำเป็นต้องตั้งคำถามเลยว่าสิ่งที่ทำไปนั้น ถูกหรือผิด ควรไม่ควร หากผลที่เกิดขึ้นมันสวยงาม เบ่งบาน เบิกบานในใจ ก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด การเรียนรู้ที่เกิดขึ้น ทำให้ฉันใส่ใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และ มีความสุขง่าย ๆ กับ มือที่เคลื่อนไหวตามงานที่มันควรจะทำ ด้วยหวังว่าจะได้ความปราณีต สุขสงบนั้น มาคุ้นเคยกันไว้ในใจ 

No comments:

Post a Comment